หน้าแรก > Business plan > การวิเคราะห์ทางธุรกิจ

การวิเคราะห์ทางธุรกิจ

มกราคม 24, 2010

ตลาดและคู่แข่งขัน

การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ค่อนข้างมีความรุนแรงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ประเภท Cash & Carry, Hyper Market, Super market หรือ Convenience Store โดยที่แต่ละประเภทล้วนพยายามที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดของตนมายังตลาดต่างจังหวัดอันเป็นส่วนตลาดที่ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตอีกมาก

ในส่วนของกิจการร้าน Join Mart นั้นจัดอยู่ในประเภทกิจการค้าปลีกในกลุ่มของ ธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ (Convenience Store) อันเป็นกิจการค้าปลีกสมัยใหม่ โดยในปัจจุบันธุรกิจกลุ่มนี้กำลังอยู่ในช่วงขยายตัวเข้ามาทดแทนร้านขายของชำรายย่อยที่อยู่มาดั้งเดิม ซึ่งกิจการ Join Mart ขณะนี้ มีคู่แข่งอยู่หลายราย คู่แข่งที่สำคัญได้แก่ ร้านค้าปลีกในกลุ่ม เซเว่น-อีเลฟเว่น กลุ่มแฟมมิลี่มาร์ท กลุ่มเทสโก้โลตัสเอ็กเพรสและร้านมินิมาร์ทท้องถิ่น โดยมีร้านขายของชำรายย่อยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เป็นคู่แข่งที่นับวันจะมีบทบาทน้อยลง โดยกิจการที่เป็นคู่แข่งรายสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้

จากการสำรวจสภาวะคู่แข่งในระยะรัศมี 300 เมตรจากร้าน Join Mart พบว่ามีร้านประเภทกิจการค้าปลีกในกลุ่มของ ธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อดังนี้

พบว่ายังมีช่องว่างทางการตลาดของบริษัทอีกมาก ประกอบกับมีข้อได้เปรียบจากการมีทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบคู่แข่งที่ติดถนนสายหลักและใกล้กับหอพักขนาดใหญ่ ที่เป็นส่วนเสริมศักยภาพและความพร้อมต่อการแข่งขันในตลาด

สภาวะของผู้ซื้อ

ทางด้านลูกค้า จะเป็นผู้ถือสิทธ์ในการเลือกที่จะเข้าหรือไม่เข้าใช้บริการ ความต้องการของลูกค้าจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการกำหนดทิศทางธุรกิจ ความต้องการของลูกค้าที่ได้รับการตอบสนองจึงเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของกิจการ บริษัทจึงมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจการในทางที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดยลูกค้าเป้าหมายหลักของบริษัท มักจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น และหนุ่มสาววัยทำงาน อายุระหว่าง 15-30 ปี และอีกกลุ่มหนึ่งที่เกิดจากการขับเคลื่อนกำลังซื้อของสมาชิกของเครือข่ายเอง

ในปัจจุบันผู้บริโภคมีกระบวนการตัดสินใจซื้อที่มีความซับซ้อนมากขึ้น อันเนื่องจากการศึกษาที่ได้รับ อีกทั้งยังเป็นสื่อต่างๆ ตามโทรทัศน์ที่คอยให้ข้อมูลข่าวสาร  ทำให้ผู้บริโภคมีกระบวนการตัดสินใจซื้อที่มิใช่เพียงเรื่องราคาเป็นหลักเหมือนแต่ก่อน แต่สินค้าที่เลือกซื้อจะต้องคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป (Value for Money) อีกทั้งผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพขายดี เช่น เครื่องดื่มชาเขียว เป็นต้น และผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ส่งผลให้สินค้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกขายดี เช่น เครื่องดื่ม RTD (Ready To Drink)

จากการประเมินขนาดของตลาดพบว่าในระยะรัศมี 300 เมตรจากร้าน Join Mart ประกอบด้วยหอพักขนาดต่างๆทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งพบว่ามีขนาดของกำลังซื้อรวมกันประมาณ 7000 คน ซึ่งถือว่ามีศักยภาพเมื่อเทียบกับจำนวนร้านค้าที่รองรับความต้องการในปัจจุบัน

การเข้ามาของผู้ค้ารายใหม่

การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ๆเป็นสิ่งที่กิจการต้องจับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มร้านค้าปลีกในกลุ่มของแฟรนไชส์อื่นเช่น 7 Eleven, Family Mart, Lotus Express เป็นต้น ซึ่งโอกาสเข้ามาของแฟรนไชส์ใหม่ หรือกิจการค้าปลีกรูปแบบอื่นที่จะเข้ามานั้นมีความเป็นไปได้สูงหากธุรกิจค้าปลีกมีการขยายตัวที่จูงใจต่อการลงทุน

ธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อเป็นธุรกิจที่มีคู่แข่งเข้ามาแข่งขันในตลาดได้ง่ายมาก  แต่การที่จะดำเนินธุรกิจให้ได้ผลกำไรนั้น ผู้เข้ามาในตลาดจะต้องมีทำเลที่ดี และ มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องการจัดการ การขาย การตลาด และ ระบบสารสนเทศ เพื่อจะนำมาใช้ในการพัฒนายอดขายและผลกำไร ซึ่งจากจุดแข็งของบริษัทที่มีกำลังซื้อจากสมาชิกของเครือข่ายทำให้เกิดกำลังซื้ออย่างต่อเนื่องจากขาประจำ และความยืดหยุ่นในการกำหนดราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งเพื่อจูงใจขาจร ทำให้ผลกระทบจากการการเข้ามาของผู้ค้ารายใหม่ไม่มีผลกระทบมากนัก

การประเมินโอกาส และอุปสรรคของธุรกิจ

โอกาส (Opportunities):

  • พฤติกรรมผู้บริโภคมีการปรับสู่การเข้าจับจ่ายในร้าน Convenience Store มากขึ้น
  • ธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ มีโอกาสในการเติบโตได้อีกมากในต่างจังหวัด เนื่องจากยังมีการขยายไปยังต่างจังหวัดน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
  • รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนสำหรับธุรกิจขนาดย่อม อีกทั้งยังกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศโดยการเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคมากขึ้นโดยดูจากอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนบัตรเครดิต

อุปสรรค (Threats):

  • มีความเสี่ยงจากการแข่งขันสูงในธุรกิจค้าปลีกเนื่องจากการเข้าสู่ตลาดไม่มีข้อจำกัดมากนัก  ดังนั้น ผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีความรู้ความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคในเขตพื้นที่ของตน  และ ผู้ประกอบการจากต่างชาติที่มีความรู้ทางด้านสารสนเทศ ที่สามารถนำมาลดต้นทุนในการบริหารการจัดการที่มีประสิทธิภาพ จึงสามารถเข้าสู่ตลาดได้ตลอดเวลา
  • แนวโน้มของสงครามอาจส่งผลต่อราคาสินค้า และ พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค

การวิเคราะห์จุดแข็ง และ จุดอ่อนของธุรกิจ

จุดแข็ง (Strength):

  • มีระบบสนับสนุนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ระบบข้อมูลการขายผ่านคอมพิวเตอร์
  • มีระบบการสร้างรายได้จากหลายช่องทาง
  • มีค่าใช้จ่ายในการเปิดกิจการที่ต่ำกว่าคู่แข่งมาก
  • มีแนวโน้มอัตราการเติบโตที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับตลาด
  • มีความยืดหยุ่นในการกำหนดราคาขายปลีกได้มากกว่า
  • มีความยืดหยุ่นในการบริหารหมวดสินค้ามากกว่าคู่แข่ง
  • บริษัทมีกระบวนการตัดสินใจที่กระชับ มีความคล่องตัว และยืดหยุ่นทางการบริหารสูง สามารถปรับตัวตามการแข่งขันได้เร็ว ด้วยทีมงานคนรุ่นใหม่

จุดอ่อน (Weakness):

  • ชื่อของร้านยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
  • ราคาขายปลีกของสินค้าบางอย่างกรณีไม่เป็นสมาชิกจะสูงกว่าคู่แข่งเล็กน้อย
  • สินค้าบางอย่างไม่มีระบบสนับสนุนจากสาขาใหญ่ ทำให้ต้องทำการจัดหามาเสริมเอง

กลยุทธ์ด้านราคา

บริษัทยังคงใช้นโยบาย “สะดวกซื้อ ราคาประหยัด” ดังเช่นปีที่ผ่านมาเนื่องจากระดับราคาสินค้าแต่ละกลุ่ม ยังคงได้รับการตอบสนองจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีการจัดรายการส่งเสริมการขายที่ตอกย้ำนโยบายราคาดังกล่าว ประกอบกับการอาศัยกลไกของการทำ Price Discrimination ในการตั้งราคาหลากหลายรูปแบบ เช่น Value Pack, Hot Price เป็นต้น โดยในการกำหนดราคาสินค้าในแต่ละกลุ่ม ยังคงยึดถือกลยุทธ์ราคาที่แข่งขันได้ของแต่ละกลุ่มเมื่อเทียบกับคู่แข่งเป็นแนวทางหลักในการดำเนินการ

หมวดหมู่:Business plan
%d bloggers like this: